Thursday, May 22, 2014

ลองเล่น vivofit นาฬิกาวัดก้าวเดินจาก Garmin

Garmin
เครื่องวัดก้าวเดินหรือ pedometer เป็นฟีเจอร์สำคัญคอมพิวเตอร์แบบสวมใส่ได้ ผู้ผลิตที่ดังขึ้นมาจากความสามารถนี้เช่น Fitbit นั้นไม่ใส่แม้แต่นาฬิกาหรือหน้าจอใดๆ แต่ให้ใช้วัดก้าวเดินแล้วแสดงผลทางคอมพิวเตอร์อย่างเดียว ตอนนี้ Garmin ผู้ผลิต GPS ชื่อดังก็ลงมาเล่นตลาดนี้ด้วยอุปกรณ์ชุดใหญ่ และหนึ่งในนั้นคือ vivofit
upic.me
รูปร่างภายนอกของ vivofit ไม่ได้แปลกอะไรมากนัก มันเหมือนนาฬิกาข้อมือสายพลาสติกทั่วๆ ไป ที่แปลกสักหน่อยคงเป็นตัวล็อกสายที่ไม่เหมือนนาฬิกาข้อมือเพราะมันอาศัยตัวล็อกพลาสติกสองตัวยึดสายเอาไว้ เท่าที่ผมลองเล่นดูแล้วพบว่าแน่นหนาดี เล่นกีฬาบ้างก็ไม่หลุดแต่อย่างใด แต่ถ้าแกว่งมือไปเจอสิ่งกีดขวางเข้าแรงๆ ก็หลุดเอาได้ครับ โดยทั่วไปก็ต้องระวังกว่าปกติเล็กน้อย
upic.me
ตัวเครื่องสามารถถอดออกมาได้โดยง่าย สายที่ให้มาด้วยในกล่องจะมีสองขนาดสำหรับข้อมือแต่ละแบบ ตัวเครื่องทั้งเครื่องมีปุ่มอยู่ปุ่มเดียว
การใช้งานจริงในปุ่มเดียวจะใช้ได้สองแบบ คือ กดสั้นจะเปลี่ยนหน้าจอแสดงจำนวนก้าว, ระยะทางเดิน, เป้าหมายจำนวนก้าว, เวลา ส่วนกดยาวจะเปลี่ยนโหมดไปเป็นโหมดซิกง์ข้อมูล, โหมดการนอน, และโหมดแพร์เข้ากับคอมพิวเตอร์
upic.me
การเชื่อมต่อทำได้สองแบบคือ Bluetooth 4.0 LE และ ANT+ ผมทดสอบเชื่อมต่อ (pair) กับ Moto G ของผมเองไม่สำเร็จแม้จะมองเห็นอุปกรณ์แล้ว ส่วน ANT+ นั้นมีอแดปเตอร์มาด้วย สามารถใช้งานได้ดี
upic.me
สำหรับในคอมพิวเตอร์นั้นต้องดาวน์โหลด Garmin Connect มาติดตั้งเสียก่อน ตัวซอฟต์แวร์ตัวนี้มีหน้าที่คือซิงก์ข้อมูลใน vivofit กลับขึ้นไปยังเว็บ ดังนั้นจะต้องลงทะเบียนก่อนใช้งานตั้งแต่แรก
upic.me
การใช้งานจริงจะอยู่ในเว็บทั้งหมด หน้าจอเท่าที่สำรวจดูพบว่าแทบจะเหมือนกับในแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ระบบการเก็บข้อมูลของ vivofit จะเก็บเป็นรายวันแสดงจำนวนก้าวในแต่ละวันว่าเราเดินไปเท่าไหร่ ส่วนนี้ถ้าปรับเป็นตามระยะเวลาเช่นทุกๆ 15 นาทีได้น่าจะดีกว่านี้มาก เราจะได้โน้ตได้ว่ามีกิจกรรมทำอะไรตอนไหน
ความสามารถอีกส่วนที่ผมไม่ได้ทดสอบคือการเชื่อมต่อกับเครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจ ผมเองมองว่าเป็นฟีเจอร์ที่ดีมาก โดยทั่วไปหากใครต้องการบันทึกอัตราการเต้นหัวใจ อาจต้องอยู่ใกล้คอมพิวเตอร์ ส่วนตัวผมเองใช้เครื่องวัด Bluetooth LE ก็ยังต้องพกโทรศัพท์มือถือไว้กับตัวตลอดเวลา แต่ vivofit สามารถบันทึกอัตราการเต้นหัวใจจากเครื่องวัดที่รองรับ ANT+ ได้โดยตรง แถมบันทึกละเอียดทุกๆ 15 วินาที
ผมเองยังไม่ทราบราคาขายปลีกในไทย แต่ถ้ามีโอกาสควรไปลองก่อนว่าทำงานกับ Bluetooth LE ทาง Garmin เองยืนยันว่าทำงานกับ Samsung Galaxy สี่รุ่นคือ Note 2, Note 3, S3, S4 และ iPhone 4S ขึ้นมา, The New iPad ขึ้นมา, และ iPod Touch รุ่น 5
ข้อมูลเสริมเรื่องการเชื่อมต่อกับเครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจจาก DC Rainmaker

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก www.blognone.com

รีวิว Moto X สมาร์ทโฟนตัวแรกของโมโตโรล่าใต้ร่มเงาของกูเกิล

Moto X
เปิดตัวมาเกือบ 10 เดือนสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงของโมโตโรล่าตัวนี้ ซึ่งเสียงตอบรับค่อนข้างดีพอสมควร แต่ในไทยยังหาคนรีวิวได้ค่อนข้างน้อย ผมจึงตัดสินใจเขียน โดย Moto X เป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกของโมโตโรล่า ภายใต้ร่มเงาของกูเกิลที่ส่วนตัวผมมองว่าประสิทธิภาพต่อราคา ไม่ได้ขี้เหร่เท่าไหร่เลย
สำหรับสเปค ขออนุญาตข้ามเพื่อไม่ให้ยืดจนเกินไป
คำเตือน รูปค่อนข้างเยอะ ระวังดาต้าของท่านด้วย

แกะกล่องและตัวเครื่อง

WP_20140519_15_55_57_Pro
ตัวกล่องเป็นวัสดุรีไซเคิล ข้างในนอกจากตัวโทรศัพท์จะมีคู่มือ Adapter (มีช่อง USB สองช่อง) สาย microUSB และเข็มถอดถาดซิม
WP_20140519_16_14_36_Pro
ด้านขวาเป็นปุ่มล็อกหน้าจอ และปุ่มปรับเสียง ด้านซ้ายเป็นช่องใส่นาโนซิม แจ็คหูฟังอยู่ด้านบน
WP_20140519_14_03_30_Pro
WP_20140519_14_03_42_Pro
WP_20140519_14_05_41_Pro
WP_20140519_14_07_16_Pro
WP_20140519_14_01_18_Pro
ตัวเครื่องมีหน้าจอขนาดถึง 4.7 นิ้ว แต่ด้วยความที่ฝาหลังโค้งมน ทำให้เวลาถือในมือจะรองรับกับฝ่ามือได้ค่อนข้างพอดีทีเดียว สามารถพิมพ์มือเดียวได้สบาย
WP_20140519_14_20_31_ProWP_20140519_14_19_53_Pro
ความละเอียดหน้าจอเป็น 720p HD ถือว่าค่อนข้างคมชัดสำหรับหน้าจอขนาดนี้ ในระดับที่สายตาจะรับได้ และด้วยความที่เป็น AMOLED ทำให้สีค่อนข้างสดและค่อนข้างเป็นธรรมชาติเช่นกัน และสามารถสู้แสงจ้าๆ ได้พอสมควร ยังพอมองเห็นและใช้งานได้กลางแดด แต่เวลาใช้ในที่มืด ถึงแม้จะลดแสงน้อยที่สุดแล้ว ยังรู้สึกว่าสว่างไปอยู่ดี
WP_20140519_16_48_47_Pro

ซอฟต์แวร์

Moto X มาพร้อมแอนดรอยด์ 4.2.2 ซึ่งผมก็อัพเดตเป็น 4.4.2 ทันที โดยทางโมโตโรล่าแทบจะไม่ได้ปรับแต่งตัวแอนดรอยด์เท่าไหร่ นอกจากฟีเจอร์และแอพของโมโตโรล่าที่มีเพิ่มเข้ามา ซึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามา ผมถือว่าเป็นฟีเจอร์เด่นๆ ของ Moto X เลยทีเดียว
Screenshot_2014-05-11-19-38-08Screenshot_2014-05-19-23-00-29

Active Display

ฟีเจอร์นี้ถือว่าเป็นฟีเจอร์เด่นและฟีเจอร์หลักของ Moto X ก็ว่าได้ ซึ่งผมชอบมาก และรู้สึกว่ามันมีประโยชน์มาก มันคือฟีเจอร์ที่คล้ายๆ กับ Glance Screen ของ Nokia Lumia เพียงแต่ไม่ได้แสดงผลตลอดเวลา และแสดงการแจ้งเตือนด้วย ที่สำคัญคือ active display จะแสดงขึ้นมาทุกครั้ง เมื่อเราหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า หรือหงายหน้าโทรศัพท์ขึ้นมา เพราะใช้เซ็นเซอร์ accelerometer ทำงานร่วมกับ ambient light sensor และ proximity sensor
WP_20140519_14_17_46_Pro
เมื่อหงายหน้าจอขึ้นมา ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะเข้าไปดูเนื้อหาที่แสดงในการแจ้งเตือนนั้นๆ (ถ้ามี) หรือปลดล็อกหน้าจอ หรือจะลบการแจ้งเตือนทิ้งไปเลยก็ได้โดยการลากไปด้านข้าง
WP_20140519_14_05_41_Pro

Touchless Control

ฟีเจอร์นี้ก็คือ Google Now น่ะแหละครับ เพียงแต่ว่าไม่จำเป็นต้องกดปุ่มโฮม เพราะตัวเครื่องจะรอรับคำสั่งเราตลอดเวลาถึงแม้หน้าจอจะล็อกอยู่ก็ตาม เพียงแค่พูดว่า "Ok, Google Now" เครื่องจะตอบรับและรอรับคำสั่งของเราต่อไป ตอนแรกผมคิดว่าคงไม่ได้ใช้งานเท่าไหร่ แต่กลับพบว่าเมื่อใส่ EarPods ของแอปเปิล ก็สามารถสั่งได้แบบเดียวกันโดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ เลย ทำให้ผมเรียก Google Now ให้ช่วยโทรออก เวลามือถือของเยอะๆ อยู่ได้
Screenshot_2014-05-11-20-25-53

กล้อง

ด้วยราคาระดับนี้ คุณภาพของภาพที่ออกมาถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ในสภาพที่แสงเพียงพอ แต่เมื่อถ่ายในสภาพแสงน้อย ไม่ต้องบอกก็คงพอจะเดาได้ว่า noise ค่อนข้างเยอะเป็นปกติ แต่ผมรู้สึกว่าภาพไม่ได้แตกอย่างที่คิด พอไปวัดไปวาได้อยู่
IMG_20140514_125114426
IMG_20140516_090415107_HDR
IMG_20140517_145020159_HDR
IMG_20140517_203252026
IMG_20140517_220734071IMG_20140517_203321289

การใช้งานและสรุป

Moto X สามารถใช้งานได้เกือบจะทั้งวัน ไม่แพ้ Moto G เลยทีเดียว (จากคำบอกเล่าของท่าน nrad6949 ว่า Moto G สามารถอยู่ได้ทั้งวันจริงๆ) ผมเปิด 3G ตลอดเวลา เปิดแอพโซเชียลต่างๆ เข้าเว็บ อ่านข่าว ฯลฯ และฟังเพลงอยู่เนืองๆ สามารถใช้งานได้ประมาณ 9-10 ชั่วโมง โดยเหลือแบตเตอรี่ประมาณ 10% และเมื่อแบตเตอรี่ต่ำกว่า 10% เครื่องจะเปิด battery saving mode อัตโนมัติ
ลำโพงหลังเสียงค่อนข้างดังพอตัว ในขณะที่ลำโพงหน้าเสียงดังฟังชัดมาก ผมคุยโทรศัพท์ในที่ที่ เสียงค่อนข้างดังอย่างในฮอลพร้อมเสียง MC จากลำโพงที่ห่างออกไปไม่มาก แต่กลับได้ยินเสียงคู่สนทนาชัดเจนในขณะที่อีกฝั่งก็ได้ยินเสียงผมค่อนข้างชัดเช่นกัน
สำหรับหน่วยความจำตัวเครื่องที่ให้มา ของผมเป็นรุ่น 16 GB เหลือใช้จริงประมาณ 12 GB และไม่สามารถใส่ microSD เพิ่มได้ แต่ส่วนตัวผมถือว่าเหลือเฟืออยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นจะต้องเพิ่มความจุ
Screenshot_2014-05-11-22-27-32Screenshot_2014-05-19-23-02-07
Screenshot_2014-05-10-15-35-55Screenshot_2014-05-10-15-35-34
Moto X ถือได้ว่าสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการจะใช้งานทั่วๆ ไป และไม่จำเป็นต้องมีฟีเจอร์หวือหวา โดยที่ประสิทธิภาพความเร็วและลื่นไม่แพ้สมาร์ทโฟนราคาหมื่นปลายๆ เลย และด้วยราคา (เครื่อง unlock ในสหรัฐ) ประมาณ 12,000 บาท ผมว่าค่อนข้างคุ้ม
น่าเสียดายที่โมโตโรล่าเพิ่งจะมาทำตลาดในฝั่งเอเชีย นอกจากมาเลเซียและอินเดียแล้ว มีสิงคโปร์ที่กำลังจะตามมา ซึ่งอาจจะดีสำหรับผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟนระดับกลางในบ้านเรา ที่ไม่ต้องมีคู่แข่งที่หินอย่าง Moto X (ไม่นับ Moto G อีกตัว) แต่น่าเสียดายสำหรับผู้บริโภค ที่ไม่มีโอกาสสัมผัสสมาร์ทโฟนคุณภาพ ด้วยราคาหมื่นต้นๆ เช่นนี้
ข้อดี
  • แบตเตอรี่ทน อยู่ได้ทั้งวัน
  • ประสิทธิภาพการใช้งานดี
  • กล้องดีพอสมควร
  • ลำโพงเสียงดัง ฟังชัด
ข้อด้อย
  • ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับ Moto G ที่ความคุ้มค่าต่อราคาดูไม่แตกต่างกัน แต่ราคาถูกกว่า
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก www.blognone.com